นี่คือคำถามแรกที่ได้ยินเกือบทุกครั้งเมื่อลูกค้ารู้ว่ารถที่มารับเป็นรถไฟฟ้า และเป็นคำถามที่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีใครอยากติดอยู่กลางดอยกับครอบครัว
คำตอบสั้น ๆ คือไม่ แต่เหตุผลที่ไม่นั้นสำคัญกว่าคำตอบ
ดูตัวเลขระยะทางจริงก่อน
ระยะทางไป-กลับของเส้นทางที่ให้บริการอยู่เป็นแบบนี้
| เส้นทาง | ระยะทางไป-กลับโดยประมาณ |
|---|---|
| สนามบิน–เมืองเก่า | 12 กม. |
| ดอยสุเทพ–ภูพิงค์ | 35 กม. |
| แม่กำปอง–น้ำพุร้อน | 92 กม. |
| ดอยอินทนนท์ | 200 กม. |
| ปาย | 270 กม. |
| เชียงราย–วัดร่องขุ่น | 380 กม. |
เส้นทางที่ไกลที่สุดคือเชียงรายที่ 380 กิโลเมตร ซึ่งยังอยู่ในระยะที่ชาร์จเต็มหนึ่งครั้งวิ่งได้ รถถูกชาร์จเต็มทุกคืนก่อนวันเดินทาง ไม่ใช่ชาร์จตอนเช้าก่อนออก
ขึ้นดอยกินไฟ แต่ลงดอยได้คืน
เรื่องที่คนไม่ค่อยรู้คือ รถไฟฟ้าได้พลังงานคืนตอนลงเขา ระบบเบรกจะเปลี่ยนแรงจากการชะลอกลับไปเป็นไฟเก็บในแบตเตอรี่
หมายความว่าขาขึ้นดอยอินทนนท์ที่ใช้พลังงานมากกว่าทางราบ จะถูกชดเชยกลับมาส่วนหนึ่งในขาลง ผลรวมทั้งวันจึงไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนคิด และนี่เป็นข้อได้เปรียบที่รถน้ำมันไม่มี เพราะรถน้ำมันตอนลงเขาก็ยังกินน้ำมันอยู่ดี
ข้อได้เปรียบที่รู้สึกได้จริงบนทางภูเขา
ไม่กระตุกตอนไต่ทางชัน รถไฟฟ้าไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ แรงมาต่อเนื่องสม่ำเสมอ สำหรับผู้โดยสารที่เมารถง่าย ความต่างตรงนี้ชัดมากบนทางโค้งขึ้นดอยที่รถน้ำมันต้องเปลี่ยนเกียร์ไปมา
ไม่มีกลิ่นน้ำมันและควัน โดยเฉพาะตอนติดอยู่หลังรถบรรทุกบนทางขึ้นดอย
จอดรอแล้วแอร์ยังเย็น ระหว่างที่คุณเดินชมวัดหรือเดินขึ้นจุดชมวิว รถจอดรออยู่ได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ พอกลับมาถึงรถ ในรถเย็นแล้ว ไม่ใช่ร้อนอบเหมือนรถที่ดับเครื่องทิ้งไว้กลางแดด
เงียบ บนถนนภูเขาที่วิวสวย การได้ยินเสียงข้างนอกแทนเสียงเครื่องยนต์เป็นคนละประสบการณ์
ข้อจำกัดที่มีจริงและไม่ปิดบัง
จุดชาร์จในตัวเมืองเชียงใหม่มีพอสมควร แต่พอออกนอกเมืองไปทางดอยหรือไปเชียงราย จุดชาร์จจะห่างกันมากขึ้น นี่เป็นข้อจำกัดจริงของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่ของตัวรถ
วิธีจัดการคือวางแผนพลังงานตั้งแต่ก่อนออก ไม่ใช่แก้ปัญหาระหว่างทาง ทริปไกลอย่างเชียงรายจะถูกวางเส้นทางโดยรู้ตำแหน่งจุดชาร์จไว้ล่วงหน้า และถ้าแผนของวันนั้นเปลี่ยนไปมากจนกระทบเรื่องพลังงาน จะบอกกันตรง ๆ ตั้งแต่ตอนคุยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ไปเจอหน้างาน
ในทางปฏิบัติ ทริปเต็มวันทั่วไปแทบไม่ต้องแวะชาร์จระหว่างทางเลย เพราะระยะทางทั้งวันอยู่ในพิสัยที่ชาร์จเต็มครั้งเดียวรับได้
แล้วราคาต่างจากรถน้ำมันไหม
ไม่ต่าง ราคาที่แจ้งคือราคาเดียวกันไม่ว่าจะเป็นรถแบบไหน ดอยอินทนนท์เต็มวัน 3,500 บาท และเชียงรายเต็มวัน 4,800 บาท ซึ่งรวมค่าพลังงานอยู่แล้ว
ค่าไฟที่ถูกกว่าน้ำมันเป็นเรื่องของฝั่งผู้ให้บริการ ไม่ใช่สิ่งที่ผลักภาระหรือคิดเพิ่มกับผู้โดยสาร สิ่งที่ผู้โดยสารได้คือการนั่งที่นิ่งกว่าและเงียบกว่าในราคาเท่าเดิม